RMG Thailand ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้าน Data Marketing ในงาน Franchise Expo Thailand 2026

RMG Thailand ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน Franchise Expo Thailand 2026 งานที่รวบรวมผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ นักลงทุน และผู้ที่สนใจด้านแฟรนไชส์และการขยายธุรกิจ โดยภายในงานมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวคิดทางธุรกิจในหลากหลายมิติ ในโอกาสนี้ ดร.ชาคร ตะยาภิวัฒนา Executive Director – RMG Thailand ได้รับเชิญให้ร่วมเป็น Speaker ในหัวข้อ “FROM DATA TO SALES: ปลดล็อกยอดขายออนไลน์ด้วยฐานข้อมูลที่ใช่” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 14.30–15.30 น. ณ IMPACT เมืองทองธานี จาก Data Marketing สู่ Business Outcome ในปัจจุบัน การแข่งขันด้าน Digital Marketing มีความเข้มข้นมากขึ้น ธุรกิจไม่สามารถพึ่งพาการเพิ่มงบประมาณโฆษณาเพียงอย่างเดียวเพื่อสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีความเข้าใจใน Customer Data, Audience และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย…

AI ทำ Marketing ได้มากขึ้น แต่ Strategy ยังต้องมาจากคน

Digital Marketing กำลังเข้าสู่ช่วงที่ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเขียน Content หรือสรุป Report อีกต่อไป แต่กำลังเข้าไปอยู่ในขั้นตอนการ Optimize Campaign โดยตรง Search Campaign สามารถใช้ AI เพื่อช่วยตีความ Search Intent และขยาย Query ที่มีความเกี่ยวข้อง ขณะที่ระบบโฆษณาและ Analytics สามารถใช้ AI ช่วยค้นหา Insight และเสนอแนวทางปรับปรุง Performance ได้มากขึ้น Microsoft เปิดตัว AI Max for Search เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2026 โดยรวมความสามารถด้าน Search Term Matching, Text Customization และ Final URL Expansion เพื่อช่วยให้ระบบเชื่อม Search Query,…

ข้อมูลที่ดีไม่ใช่ข้อมูลที่เยอะ แต่คือข้อมูลที่ใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือ

ในยุคที่ธุรกิจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าที่เคย การมี Database จำนวนมากอาจดูเหมือนเป็นข้อได้เปรียบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว “จำนวนข้อมูล” ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าข้อมูลนั้นมีคุณภาพหรือสามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ ลองคิดง่าย ๆ ว่า หากธุรกิจมีรายชื่อลูกค้า 100,000 รายชื่อ แต่ข้อมูลบางส่วนไม่อัปเดต ติดต่อไม่ได้ กลุ่มเป้าหมายไม่ตรง หรือไม่สามารถนำไปใช้ต่อยอดทางการตลาดได้อย่างเหมาะสม ข้อมูลจำนวนมากนั้นอาจไม่ได้สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากเท่าที่คิด Data ที่ดี ต้อง “ใช้ได้จริง” Database ที่มีคุณภาพควรตอบโจทย์มากกว่าการมีรายชื่อจำนวนมาก แต่ต้องสามารถนำไปใช้ในกระบวนการทางการตลาดและการขายได้จริง ตัวอย่างเช่น ข้อมูลสามารถนำไปติดต่อกลุ่มเป้าหมายได้ ข้อมูลมีการกำหนด Target Criteria ที่ชัดเจน สามารถแบ่ง Segment ตามคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายได้ ลดปัญหาข้อมูลซ้ำหรือข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปต่อยอดกับ Lead Generation และ Telemarketing สามารถนำไปใช้วางแผน Digital Marketing และ Facebook Ads ได้ ช่วยให้ทีม Sales โฟกัสไปยังกลุ่ม Prospect ที่มีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “มีข้อมูลเท่าไหร่”…

ทำไม Lead Generation ต้องเริ่มก่อนลูกค้ากรอกฟอร์ม

การตลาดดิจิทัลในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ถูกออกแบบรอบแนวคิดที่ค่อนข้างชัดเจน ลูกค้าเห็นโฆษณา ค้นหา Click เข้าเว็บไซต์ อ่านรายละเอียด แล้วจึงกรอกแบบฟอร์มหรือติดต่อทีมขาย ผู้บริโภคและผู้ซื้อ B2B สามารถถาม AI ให้ช่วยค้นหา เปรียบเทียบ วิเคราะห์ หรือสร้าง shortlist ได้ก่อนเข้าเว็บไซต์ของแบรนด์ นั่นหมายความว่า “การตัดสินใจบางส่วน” อาจเกิดขึ้นก่อน Click แรกที่ธุรกิจมองเห็น AI Search ไม่ใช่แค่ Search รูปแบบใหม่ ความแตกต่างสำคัญระหว่าง Search แบบเดิมกับ AI Search คือวิธีการถาม Search Engine แบบเดิมมักเริ่มจาก Keyword เช่น: “CRM software Thailand” แต่ Conversational AI ทำให้ผู้ซื้อสามารถถามว่า: “เราเป็นบริษัท 100 คน ทีมขาย 15 คน ใช้ Excel อยู่…

ทำไมฐานข้อมูลที่ดีควรทำให้การตลาดเรียนรู้ต่อเนื่อง

ในยุคที่ AI และ automation เข้ามาช่วยงานการตลาดมากขึ้น ธุรกิจสามารถสร้าง campaign ได้เร็วขึ้น ทดสอบ creative ได้หลายรูปแบบมากขึ้น และ optimize โฆษณาได้ถี่ขึ้นกว่าเดิม แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าธุรกิจจะเรียนรู้มากขึ้นเสมอไป หลายองค์กรยิงแอดต่อเนื่องทุกเดือน มี lead เข้ามาจำนวนมาก มีรายงานจากหลาย platform แต่เมื่อเริ่ม campaign ใหม่ กลับยังต้องกลับมาถามคำถามเดิมว่า ใครคือกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ กลุ่มไหนมีคุณภาพ และงบควรถูกใช้กับ audience ใด นี่คือปัญหาของการไม่มี Audience Memory Audience Memory คืออะไร Audience Memory คือความสามารถขององค์กรในการเก็บ เรียนรู้ และนำข้อมูลจากแคมเปญก่อนหน้ากลับมาใช้ปรับแคมเปญถัดไป ไม่ใช่เพียงการมีฐานข้อมูลจำนวนมาก แต่คือการจัดโครงสร้างข้อมูลให้ตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ เช่น: กลุ่มใดตอบสนองต่อ campaign ดี กลุ่มใดกลายเป็น lead คุณภาพ กลุ่มใดมี appointment หรือ sales opportunity…

ทำไม Lead Generation ที่ดีต้องวัดผลให้ช่วยตัดสินใจได้จริง

ในยุคดิจิทัล ธุรกิจสามารถเข้าถึงตัวเลขการตลาดได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น impression, click, cost per lead, conversion rate, ROAS หรือข้อมูลจาก dashboard ของแต่ละ platform แต่การมีตัวเลขมากขึ้นไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะตัดสินใจได้ดีขึ้นเสมอไป หลายองค์กรยังพบปัญหาเดิม คือยิงแอดแล้วได้ Lead จำนวนมาก แต่ทีมขายกลับบอกว่า Lead ยังไม่ตรงกลุ่ม หรือ campaign บางตัวดูมีต้นทุนต่อ Lead ต่ำ แต่เมื่อติดตามต่อกลับพบว่าโอกาสปิดการขายไม่ได้ดีตามตัวเลขในรายงาน ปัญหานี้สะท้อนว่าองค์กรอาจไม่ได้ขาดข้อมูล แต่ขาดระบบการวัดผลที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจ Lead Volume ไม่ใช่ Lead Quality การทำ lead generation ที่ดีไม่ควรวัดจากจำนวน Lead เพียงอย่างเดียว เพราะ Lead จำนวนมากอาจทำให้รายงานดูดี แต่ถ้า Lead เหล่านั้นไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ไม่มีกำลังซื้อ หรือยังไม่พร้อมซื้อจริง ทีมขายจะต้องใช้เวลาคัดกรองมากขึ้น ในทางกลับกัน Lead ที่มีจำนวนน้อยกว่า…

ทำไมการยิงแอดให้แม่นขึ้น ต้องไม่แลกกับความไว้วางใจ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การตลาดดิจิทัลพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลเพื่อเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดขึ้น ใช้ AI เพื่อปรับแคมเปญได้เร็วขึ้น และใช้ personalization เพื่อสื่อสารกับลูกค้าได้ตรงขึ้นกว่าเดิม แต่เมื่อข้อมูลถูกใช้มากขึ้น ความคาดหวังของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ลูกค้าไม่ได้ต้องการเพียงโฆษณาที่ตรงใจ แต่ต้องการความรู้สึกว่าธุรกิจใช้ข้อมูลอย่างเหมาะสม โปร่งใส และไม่ล้ำเส้นจนเกินไป นี่คือเหตุผลที่แนวคิด Trust-Based Targeting กำลังสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ความแม่นยำอย่างเดียวไม่พอ ในอดีต ธุรกิจจำนวนมากมอง audience targeting ผ่านคำถามว่า “เราจะยิงแอดให้ตรงกลุ่มได้อย่างไร” คำถามนี้ยังสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะในยุคที่ privacy signal, consent และ data governance มีบทบาทมากขึ้น ธุรกิจต้องถามเพิ่มว่า: ข้อมูลนี้เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการจริงหรือไม่ ข้อมูลนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นหรือไม่ การใช้ข้อมูลนี้อธิบายได้หรือไม่ ทีมขายเข้าใจบริบทของ audience หรือไม่ ลูกค้าจะรู้สึกว่าการสื่อสารนี้มีคุณค่า หรือรู้สึกถูกรบกวน Reuters รายงานว่า Global Privacy Control กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเป็นสัญญาณที่ผู้ใช้ส่งให้เว็บไซต์ทราบว่าต้องการ opt-out จากการขายหรือแชร์ข้อมูลส่วนบุคคล…

Facebook Ads ยิงดีแค่ไหน ก็แพ้ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิด

Facebook Ads ยิงดีแค่ไหน ก็แพ้ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายผิด หลายธุรกิจลงทุนกับ Facebook Ads ทุกเดือน แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทั้งค่าโฆษณาที่สูงขึ้น จำนวน Lead ที่ไม่มีคุณภาพ หรือยอดขายที่ไม่เติบโต แม้จะเปลี่ยนรูปโฆษณา เปลี่ยนข้อความ หรือเพิ่มงบประมาณหลายครั้งแล้วก็ตาม ความจริงแล้ว ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “โฆษณา” แต่อยู่ที่ “กลุ่มเป้าหมาย” Facebook Ads ทำงานได้ดี เมื่อระบบมีข้อมูลที่ดี Meta ใช้ AI เพื่อค้นหาผู้ที่มีแนวโน้มสนใจสินค้าและบริการของคุณ แต่ AI จะเรียนรู้ได้ดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อมูลตั้งต้น (Seed Audience) ที่นำเข้าสู่ระบบ หากใช้เพียงการเลือก Interest ทั่วไป เช่น “การลงทุน”, “อสังหาริมทรัพย์” หรือ “ประกัน” กลุ่มเป้าหมายอาจกว้างเกินไป ทำให้โฆษณาเข้าถึงผู้ที่ไม่ใช่ลูกค้าตัวจริง ส่งผลให้ค่าโฆษณาสูงและอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าลดลง ฐานข้อมูล RMG ช่วยให้ Facebook Ads แม่นยำขึ้นอย่างไร RMG…

ทำไม Lead Generation ยุค AI ต้องเชื่อม Audience, Message และ Sales Feedback

ทำไม Lead Generation ยุค AI ต้องเชื่อม Audience, Message และ Sales Feedback ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา AI และ automation เข้ามามีบทบาทสำคัญในงานการตลาดดิจิทัลมากขึ้น ธุรกิจสามารถสร้างคอนเทนต์ได้เร็วขึ้น ทดสอบ creative ได้หลายรูปแบบมากขึ้น และ optimize campaign ได้ถี่กว่าสมัยก่อนอย่างเห็นได้ชัด แต่ความเร็วที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ทางธุรกิจจะดีขึ้นเสมอไป หลายองค์กรยังพบปัญหาเดิม คือยิงแอดมากขึ้น มี lead มากขึ้น แต่ทีมขายยังบอกว่า lead ไม่ตรงกลุ่ม หรือ conversion ยังไม่ดีพอ ปัญหานี้สะท้อนว่าองค์กรอาจไม่ได้ขาดเครื่องมือ แต่ขาดระบบที่ทำให้ข้อมูล ข้อความ และผลลัพธ์เชื่อมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล AI ทำให้การตลาดเร็วขึ้น แต่ Relevance ยังต้องออกแบบ AI สามารถช่วยลดเวลาการทำงานด้าน campaign execution ได้มาก แต่ AI ไม่สามารถเข้าใจ business context…

AI ขยายกลุ่มได้ แต่ Seed ต้องแม่นก่อน

AI ขยายกลุ่มได้ แต่ Seed ต้องแม่นก่อน: ทำไมฐานข้อมูลตั้งต้นจึงสำคัญต่อ Lookalike Audience ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มโฆษณาดิจิทัลพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการใช้ AI เพื่อช่วยสร้างโฆษณา เลือกกลุ่มเป้าหมาย ทดสอบ creative และ optimize campaign แบบอัตโนมัติ สำหรับนักการตลาดและเจ้าของธุรกิจ สิ่งนี้เป็นโอกาสสำคัญ เพราะทำให้การยิงแอดทำได้เร็วขึ้น และมีเครื่องมือช่วยตัดสินใจมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความเร็วของ AI ก็ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายเช่นกัน หลายธุรกิจเริ่มเชื่อว่าเมื่อใช้ AI หรือ Lookalike Audience แล้ว ระบบจะสามารถหาลูกค้าที่ใช่ให้เองทั้งหมด ความจริงคือ AI ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ระบบยังต้องเรียนรู้จากข้อมูลตั้งต้นที่ advertiser ป้อนให้ ไม่ว่าจะเป็น customer list, conversion data, engagement data หรือฐานข้อมูลที่นำมาใช้เป็น seed audience Lookalike ไม่ได้ดีเพราะระบบอย่างเดียว แต่ดีเพราะ Seed…